www.VasinPermsup.com

Open Mind (บทบรรณาธิการ) ลงตีพิมพ์ใน PC Direct เล่มที่ 54 (กันยายน - ตุลาคม 2550)

 

ผมเพิ่งนั่งดูสารคดีประวัติศาสตร์ทางช่อง History Channel จากเคเบิลทีวีรายใหญ่ในเมืองไทย (คุณก็คงรู้ว่าใคร) เห็นชัดอยู่อย่างหนึ่งว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเสมอ ในรูปแบบใดแบบหนึ่ง และไม่มีอะไรที่อยู่ยั้งยืนยง อาณาจักรอันไพศาลที่ไม่น่าจะถึงกาลอวสานกลับพังทลายลงเพราะความผิดพลาดของผู้นำเพียงครั้งเดียว (โดยมากสมัยก่อนมักเป็นเรื่องการทหาร) เช่นฝรั่งเศสสมัยจักรพรรดินโปเลียน แผ่ขยายไปทั่วยุโรป กลับพังทลายลงเพราะทุ่มกำลังไปบุกรัสเซียในปี 1812 กองทัพกว่าสี่แสนคนละลายไปเสียกับฤดูหนาวอันหฤโหด จักรวรรดิรัสเซียที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้าซาร์ก็เริ่มต้นพังทลายจากการพ่ายแพ้ต่อการรบกับญี่ปุ่นในการรบทางเรือเพียงครั้งเดียว (หลังจากส่งกองเรืออ้อมโลกจากยุโรปไปกว่าเจ็ดเดือน) ทำให้ผู้คนเสียความเชื่อมั่นไปหมด จักรรวรรดิญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกก็พลาดที่โจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์แล้วทำลายกำลังของอเมริกาได้ไม่หมด จนถูกอเมริกาถล่มด้วยระเบิดปรมาณูตอนท้ายสงคราม ฯลฯ

 

แม้แต่ในวงการไอทีปัจจุบัน เราใช้ Windows กันมาจนชิน แต่ก่อนนั้นใครที่อายุมากหน่อยอาจทันเห็นเครื่องแอปเปิลทู (รุ่นที่ยังไม่ใช่เครื่องแมค) และได้เห็นการเปลี่ยนแปลงจาก Apple ที่ตอนนั้นดูมีอนาคตสดใสมาก มาเป็น PC ของไอบีเอ็ม ซึ่งอยู่ดีๆมาจากวงการเมนเฟรมที่ทำเองทั้งเครื่อง หันมาเล่นเครื่องเล็กที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนที่หาได้ทั่วไปซะยังงั้น แถมขายดิบขายดี แต่ในที่สุดเมื่อผู้ใช้เริ่มสนใจว่ามีโปรแกรมอะไรที่คอมแพทติเบิลหรือมีให้ใช้งานได้ มากกว่าการรับรองฮาร์ดแวร์โดยแบรนด์ยักษ์ใหญ่ ไอบีเอ็มก็ถูกไมโครซอฟท์แย่งชิงการนำจากฮาร์ดแวร์ไปสู่ DOS และ Windows ปล่อยให้คนประกอบเครื่องพีซีสารพัดยี่ห้อเหลือกำไรเบาบางไปแบ่งกันแบบพออยู่ได้ และปัจจุบันเราก็ (เริ่มจะ) เห็นแววของการเปลี่ยนจุดศูนย์ถ่วงอีกแล้ว เมื่อคนเริ่มสนใจเว็บและสาระในเว็บว่าจะเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันอย่างไร มากกว่าอะไรที่รันได้ในเครื่องของตัวเอง ทำให้กูเกิ้ลเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น จากการค้นหาข้อมูล อีเมล์ แผนที่ ปฏิทิน จนรุกคืบเข้ามาในส่วนของเดสก์ท็อปแอพพลิเคชั่นอย่างเวิร์ดโปรเซสเซอร์หรือสเปรดชีตที่ใช้งานบนเว็บ ในขณะที่ไมโครซอฟท์ก็ไม่ยอมตั้งรับเฉยๆ เราจึงได้เห็นสารพัดบริการจากเว็บ Live.com ของไมโครซอฟท์ออกมาประกบกับกูเกิ้ลชนิดตัวต่อตัว

 

แต่ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในการแข่งขันนี้ เราก็น่าจะได้เห็นการเปลี่ยนจุดศูนย์ถ่วงของผู้ใช้อย่างถาวร คนรุ่นใหม่เริ่มใช้เว็บเมล์เป็นหลักมากกว่าอีเมล์ในเครื่องตัวเอง เพราะไม่อยากปวดหัวกับการย้ายเครื่อง ย้ายที่ทำงาน เปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ที่พัง ล้างฮาร์ดดิสก์เพราะไวรัสลง ฯลฯ  โปรแกรมอื่นๆก็เช่นเดียวกัน ยิ่งเทคโนโลยีที่เรียกกันว่า Web 2.0 เข้ามาช่วยให้การใช้งานเว็บมีความรู้สึกใกล้เคียงกับเครื่องพีซีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการคลิกโน่นคลิกนี่แล้วได้เมนูและการใช้งานที่ทันใจในหน้าเว็บเดิมเหมือนเครื่องของตัวเอง และได้ความสามารถใหม่เพิ่มฟรีเรื่อยๆ แล้วแต่เจ้าของเว็บจะหามาใส่ให้ โดยไม่้ต้องดาวน์โหลดมาติดตั้งให้เสียเวลา ไม่ต้องปวดหัวเรื่องว่าโปรแกรมที่ลงใหม่จะตีกันกับของเดิมหรือโปรแกรมอื่นๆในเครื่อง แถมยังทำอะไรได้มากกว่าในแง่ของการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ การแสดงความเห็น โต้ตอบ แลกเปลี่ยนข้อมูล ทั้งหมดนี้จะทำให้อินเทอร์เน็ตกลายเป็นศูนย์กลางของโลกไอทีระดับผู้ใช้ในไม่ช้า ถึงเวลานั้นใครๆก็จะพากันสนใจแต่ว่าจะเข้าเว็บไหนเพื่อใช้บริการอะไร มากกว่าจะอยากรู้ว่าจะใช้เครื่อง (พีซี, แมค, มือถือ, …) อะไรในการเข้าเว็บ หรือใช้ระบบปฏิบัติการอะไร (Windows, Mac OS, Linux, …) ถ้ามันคลิกแล้วได้ผลลัพธ์ตามต้องการเหมือนกัน ซึ่งก็สรุปได้ใกล้เคียงกับที่ผมเกริ่นไว้ใน Open Mind ฉบับที่แล้วว่าแมวสีอะไรไม่สำคัญ ขอให้จับหนูได้เหมือนกันเป็นใช้ได้นั่นเอง

 

ทั้งหมดนี้มีสมมติฐานอยู่ข้อเดียวครับ ที่ว่าอินเทอร์เน็ตต้องหาใช้ได้ง่ายเหมือนสาธารณูปโภคอื่นๆ เช่นประปาหรือไฟฟ้า เปิดปุ๊บต้องติดปั๊บ รวดเร็วทันใจและราคาไม่แพง (ที่อินเดียซึ่งผมเพิ่งไปดูงานกลับมา ไฮสปีดอินเทอร์เน็ตเริ่มต้นที่เดือนละ 250 รูปีหรือประมาณ 230 บาทเท่านั้นเอง ทั้งๆที่ค่าครองชีพเขาถูกกว่าเราไม่ถึงเท่าตัว ของฟุ่มเฟือยบางอย่างแพงกว่าบ้านเราด้วยซ้ำ - พลิกไปดูได้ที่หน้า Travel ฉบับนี้ครับ) ว่าแต่ว่า อินเทอร์เน็ตถูกและเร็วนี่ฝันไปหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ


Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help